คู่ J กับ P เตรียมงานแต่งยังไงไม่ให้ทะเลาะ
คู่นี้ไทป์ไหน · อ่าน 8 นาที · อัปเดต · ทีม Capywedding
J กับ P คือตัวอักษรตัวสุดท้ายของบุคลิกภาพ 4 ตัวอักษรที่คนไทยรู้จักจากแบบประเมิน MBTI® และเป็นคู่ที่เห็นความต่างชัดที่สุดตอนเตรียมงานแต่ง เพราะงานแต่งคือโปรเจกต์ที่มีเดดไลน์เต็มไปหมด ตั้งแต่วันมัดจำไปจนถึงวันส่งการ์ด
อ่านเพื่อความสนุกและหยิบไปใช้ได้จริง ไทป์ไม่ได้ทำนายว่าคู่ไหนจะไปรอด งานวิจัยที่สรุปไว้ในบทความหลัก พบว่าความเหมือนของบุคลิกภาพแทบไม่มีผลต่อความสุขของคู่ สิ่งที่มีผลกว่าคือวิธีคุยกัน
J กับ P ต่างกันตรงไหน
มูลนิธิ Myers & Briggs อธิบายว่า คนที่ชอบแบบ J (Judging) อยากให้เรื่องต่าง ๆ ได้ข้อสรุป ชอบแผนและตารางเวลา และเลี่ยงความวุ่นวายนาทีสุดท้าย ส่วนคนที่ชอบแบบ P (Perceiving) อยากเปิดทางเลือกไว้ ปรับตามข้อมูลใหม่ได้ง่าย และหลายคนมีไฟที่สุดตอนใกล้เดดไลน์ มูลนิธิย้ำว่าไม่มีฝั่งไหนดีกว่ากัน
แปลเป็นภาษางานแต่ง คน J โล่งใจตอนได้โอนมัดจำ คน P โล่งใจตอนรู้ว่ายังเปลี่ยนใจได้ ทั้งคู่อยากได้งานที่ดีที่สุดเหมือนกัน แค่รู้สึกปลอดภัยคนละแบบ
อีกเรื่องที่ควรรู้ สถาบัน Gottman ซึ่งศึกษาเรื่องคู่รัก พบว่าราว 69% ของเรื่องที่คู่รักขัดแย้งกันเป็นปัญหาถาวร มาจากบุคลิกหรือวิถีชีวิตที่ต่างกัน ความต่างแบบ J กับ P จึงไม่หายไปหลังงานแต่ง เป้าหมายไม่ใช่เปลี่ยนอีกคน แต่หาระบบที่ทั้งคู่อยู่ได้ แล้วเอาความต่างนี้มาขำกันได้
ระบบสามกองที่ทั้ง J และ P อยู่ได้
เริ่มจากเขียนทุกเรื่องที่ต้องทำลงลิสต์เดียว แล้วแยกเป็นสามกองตามว่าแต่ละเรื่องรอได้นานแค่ไหน สิ่งที่คิวเต็มไวที่สุดคือสถานที่ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า และชุด ดูลำดับเต็มได้ใน เช็กลิสต์เตรียมงานแต่ง 12 เดือน
| กอง | ตัวอย่าง | ใครนำ |
|---|---|---|
| ล็อกเร็ว | วันงาน สถานที่ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ชุด | คน J ตั้งเดดไลน์ คน P ช่วยหาตัวเลือกให้ทันวัน |
| มีวันปิดตัวเลือก | ธีมและโทนสี การ์ด ของชำร่วย เมนูอาหาร | คน P ดูได้เต็มที่จนถึงวันปิด คน J ไม่ทวงก่อน |
| รอได้ถึงใกล้วันงาน | เพลง รูปในพรีเซนเทชัน เกม มุมถ่ายรูป | คน P นำ คน J ขอแค่รู้วันส่งงาน |
| วันงาน | ฝนตก แขกมาเกิน ของมาช้า | คน J ถือกำหนดการ คน P แก้ปัญหาหน้างาน |
หัวใจของระบบนี้คือ วันปิดตัวเลือก
- ทุกเรื่องในกองกลางมีวันปิดของตัวเอง เขียนไว้ข้างชื่อเรื่องในลิสต์
- ก่อนถึงวันนั้น คน P หาตัวเลือกได้เต็มที่ เปลี่ยนใจกี่รอบก็ได้ คน J ไม่ถามความคืบหน้า
- ถึงวันปิด เลือกจากตัวเลือกที่มีอยู่ ไม่เปิดตัวเลือกใหม่ เว้นแต่ทั้งคู่ตกลงกัน
- ตัวเลือกรอบสุดท้ายมีแค่ 2–3 ตัว คน P ไม่รู้สึกว่าพลาดของดี คน J ไม่ต้องนั่งเทียบสิบร้าน
อีกข้อที่ช่วยได้มาก คือนัดคุยเรื่องงานแต่งกันสัปดาห์ละครั้ง ไม่เกินครึ่งชั่วโมง คน J ได้อัปเดตครบในรอบเดียว คน P ไม่โดนถามเรื่องงานทุกวัน วันอื่นจะได้คุยเรื่องอื่นกันบ้าง
เผื่อเวลาไว้ เพราะทุกคนเดาเวลาพลาด
คน J อาจคิดว่าตั้งเดดไลน์แล้วก็จบ แต่นักจิตวิทยาเรียกนิสัยเดาเวลาเร็วเกินจริงว่า planning fallacy งานวิจัยคลาสสิกปี 1994 ให้นักศึกษาเดาว่าจะเขียนวิทยานิพนธ์เสร็จในกี่วัน แม้แต่ตัวเลขกรณีแย่ที่สุดที่เดาไว้ (เฉลี่ยราว 49 วัน) ก็ยังเร็วกว่าเวลาจริง (เฉลี่ยราว 56 วัน) และมีแค่ราว 30% ที่เสร็จทันตามที่ตัวเองเดา
ที่น่าสนใจคือ เราเดาพลาดเฉพาะงานของตัวเอง เวลาคนนอกเดาแทน มักเผื่อเวลามากกว่าด้วยซ้ำ คู่ J กับ P ใช้ข้อนี้ได้เลย
- ให้แฟนช่วยเดาเวลาของงานที่เราถือ แล้วใช้ตัวเลขที่นานกว่า
- ตั้งวันปิดตัวเลือกก่อนเดดไลน์จริงของร้านสัก 1–2 สัปดาห์ เผื่อไว้เปลี่ยนใจรอบสุดท้ายโดยไม่มีใครเสียมัดจำ
- งานที่ต้องรอคนอื่น เช่น ชื่อและตำแหน่งผู้ใหญ่บนการ์ด เผื่อเวลามากกว่างานที่ทำเองได้
คน P ไม่ใช่ตัวปัญหา
คำแนะนำเรื่องเตรียมงานแต่งส่วนใหญ่เขียนเหมือนทุกคนต้องเป็น J แต่วันงานจริงมีเรื่องที่ไม่เป็นไปตามแผนเสมอ ฝนตก ช่างมาช้า แขกมาเกินที่นับไว้ คนที่ปรับตัวไวและไม่ตื่นตกใจคือคนที่คุณอยากให้ยืนข้าง ๆ วันนั้น
ให้คน P รับบท “หัวหน้าแผนสำรอง” ไปเลย คน J เตรียมแผน คน P เตรียมทางออกเวลาแผนไม่เป็นไปตามนั้น งานจะทั้งเป๊ะและไม่เครียด
ถ้าเวลาเหลือน้อยจนทั้งคู่ต้องเร่ง ดูลำดับที่ควรทำก่อนใน เตรียมงานแต่งใน 3 เดือน ทันไหม
ข้อตกลงที่ติ๊กด้วยกันได้
ข้อตกลงเตรียมงานของคู่ J × P
เก็บไว้ในเครื่องนี้ กลับมาติ๊กต่อได้
ลองเล่นกับคู่ของคุณ
ในหน้า Capy Journal มีเครื่องมือ คู่นี้ไทป์ไหน? เลือกไทป์ของคุณกับแฟน แล้วดูว่าควรแบ่งงานกันยังไง ถ้าอยากเห็นคู่ที่ต่างกันแค่ J กับ P ลองอ่าน INFJ × INFP หรือคู่ที่ต่างกันถึงสามตัวอย่าง ISTJ × ESFP ส่วนถ้าเถียงกันเรื่องเงินมากกว่าเรื่องเวลา อ่านต่อที่ คู่ T กับ F คุยเรื่องงบและญาติ
MBTI® และ Myers-Briggs® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ The Myers & Briggs Foundation บทความนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ