ข้ามไปเนื้อหาหลัก

คู่ T กับ F คุยเรื่องงบงานแต่งและญาติยังไงไม่ให้ร้าว

คู่นี้ไทป์ไหน · อ่าน 8 นาที · อัปเดต · ทีม Capywedding

คำถามที่เจอบ่อยแฟนเป็น T ดูแต่ตัวเลข อยากตัดโต๊ะญาติออกเพื่อลดงบ เราเป็น F กลัวผู้ใหญ่น้อยใจ คุยกันทีไรเสียงดังทุกที ควรเริ่มคุยยังไงดีคะ
คาปี้ตอบสั้น ๆแยกคุยเป็นสองรอบ รอบแรกตกลงเพดานงบด้วยตัวเลข รอบสองค่อยคุยว่าจะดูแลใจญาติยังไงภายใต้งบนั้น ซึ่งหลายวิธีไม่ต้องใช้เงิน เช่น ไปเชิญถึงบ้าน หรือให้ผู้ใหญ่มีบทในพิธี และเปิดทุกรอบด้วยสิ่งที่เรารู้สึกกับสิ่งที่อยากได้ ไม่ใช่คำตำหนิ เพราะงานวิจัยพบว่าบทสนทนาเรื่องยากมักจบในโทนเดียวกับที่เริ่ม

T กับ F คือตัวอักษรตัวที่สามของบุคลิกภาพ 4 ตัวอักษรจากแบบประเมิน MBTI® เป็นคู่ที่เงียบ ๆ ตอนเลือกธีม แต่เสียงดังขึ้นทันทีที่เปิดใบเสนอราคา

อ่านเพื่อความสนุกและใช้ได้จริง ไทป์ไม่ได้บอกว่าคู่ไหนไปด้วยกันไม่ได้ งานวิจัยในบทความหลัก ชี้ว่าวิธีคุยกันต่างหากที่มีผลกับความสุขของคู่

T ไม่ได้ไร้หัวใจ F ไม่ได้ใช้อารมณ์

มูลนิธิ Myers & Briggs อธิบายว่า T (Thinking) กับ F (Feeling) คือสิ่งที่เราใช้ชั่งน้ำหนักตอนตัดสินใจ คน T มองหาหลักที่ใช้ได้กับทุกกรณี ชั่งข้อดีข้อเสีย และมักเห็นจุดที่ผิดก่อน คน F ชั่งจากคุณค่าและผลต่อคนที่เกี่ยวข้อง อยากให้ทุกคนอยู่กันอย่างกลมกลืน และมักเห็นจุดที่ดีก่อน มูลนิธิย้ำด้วยว่าสองคำนี้ไม่เกี่ยวกับความหมายในชีวิตประจำวัน T ไม่ได้แปลว่าฉลาดกว่า F ไม่ได้แปลว่าอ่อนไหวกว่า

เรื่องงานแต่ง ทั้งคู่ห่วงเรื่องเดียวกัน คืออยากให้งานออกมาดีและไม่มีใครเดือดร้อน คน T กลัวเป็นหนี้หลังงาน คน F กลัวผู้ใหญ่เสียใจ ทั้งสองอย่างเป็นเรื่องจริงที่ต้องดูแล ปัญหาคือประโยคเดียวกันฟังคนละแบบ

ประโยคคนพูดหมายถึงอีกคนอาจได้ยินว่า
ตัดโต๊ะญาติฝั่งพ่อสักสองโต๊ะ(T) เป็นรายการที่ลดงบได้ชัดที่สุดญาติฝั่งฉันไม่สำคัญ
ของชำร่วยเอาแบบธรรมดาก็พอ(T) อยากเอาเงินไปลงเรื่องที่แขกได้ใช้จริงไม่ใส่ใจแขก
แม่คงเสียใจถ้าเพื่อนแม่ไม่ได้มา(F) ข้อมูลสำคัญเรื่องคนในครอบครัวจะเอาเหตุผลที่วัดไม่ได้มาทำให้งบบาน
อยากได้ช่างภาพคนนี้ เขาเข้าใจเรา(F) ความสบายใจในวันงานมีค่าเลือกตามความรู้สึก ไม่เทียบราคา
ตัวอย่างสมมติ · ก่อนตอบประโยคไหน ลองถามก่อนว่า “หมายถึงแบบนี้ใช่ไหม”

ทำไมเรื่องเงินงานแต่งร้าวง่ายกว่าเรื่องอื่น

งานวิจัยปี 2009 ให้สามีภรรยา 100 คู่จดบันทึกการทะเลาะที่บ้านรวม 748 ครั้ง พบว่าเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องที่ทะเลาะบ่อยที่สุด แต่เวลาทะเลาะเรื่องเงิน มักหนักกว่า วนกลับมาอีก และจบไม่ลง ทั้งที่พยายามหาทางแก้มากกว่าเรื่องอื่นด้วยซ้ำ

งานแต่งไทยยิ่งทำให้เงินกับความสัมพันธ์พันกันแน่น ทั้งสินสอด ใครออกค่าอะไร และแขกของพ่อแม่ ในพันทิปมีกระทู้ที่คู่บ่าวสาวอยากจัดงานราว 50 คนเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อบ้าน แต่พ่อแม่อยากจัด 350 คนพร้อมเครื่องดื่ม นี่คือโจทย์ T กับ F ระดับครอบครัว ฝั่งหนึ่งถือตัวเลข อีกฝั่งถือหน้าตาและน้ำใจ

ถ้าติดเรื่องที่ใหญ่กว่างบงานเลี้ยง อ่านต่อที่ สินสอดเท่าไหร่ดี คุยกับผู้ใหญ่ยังไงไม่อึดอัด? และ ค่าใช้จ่ายงานแต่ง ใครควรจ่ายส่วนไหน?

คุยเรื่องงบแบบไม่ร้าว 4 ขั้น

  1. รอบตัวเลข นั่งคุยกันสองคน ตกลงเพดานงบรวมและเงินที่แต่ละฝั่งมีจริง คน T นำ คน F ถามได้ทุกข้อจนเข้าใจตรงกัน รอบนี้ยังไม่ต้องตัดอะไร
  2. รอบคน คน F ทำ “แผนที่ใจญาติ” ลิสต์ผู้ใหญ่ที่ต้องดูแลใจเป็นพิเศษ แล้วเขียนว่าแต่ละท่านน่าจะอยากได้อะไรจริง ๆ บางท่านอยากได้ที่นั่งในงาน บางท่านแค่อยากให้ไปกราบเชิญถึงบ้าน หรืออยากมีบทในพิธี เช่น รดน้ำสังข์หรือเป็นประธาน
  3. รอบจับคู่ เอาสองลิสต์มาวางคู่กัน อะไรที่ใช้เงินแล้วได้ใจคนสำคัญหลายคน คือที่ที่ควรจ่าย อะไรที่ใช้เงินเยอะแต่ไม่มีใครในลิสต์สนใจ คือที่ที่ตัดได้ก่อน คน T ได้เหตุผลที่ชัด คน F ได้เห็นว่าไม่มีใครถูกทิ้ง
  4. เปิดประโยคแบบนุ่ม ทุกครั้งที่คุย

ขั้นสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด งานวิจัยของ Carrère และ Gottman (1999) ติดตามคู่แต่งงานใหม่ 124 คู่เป็นเวลา 6 ปี พบว่าแค่ 3 นาทีแรกของการคุยเรื่องที่ขัดแย้งก็บอกทิศทางของชีวิตคู่ได้แล้ว คู่ที่แยกทางกันทั้ง 17 คู่เริ่มบทสนทนาด้วยอารมณ์ลบมากกว่าคู่ที่ยังอยู่ด้วยกัน

สถาบัน Gottman แนะนำให้เปิดแบบนุ่ม คือบอกเรื่องที่กังวลโดยไม่โทษอีกคน พูดจากมุมของตัวเอง เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ตัดสิน และบอกสิ่งที่อยากได้ให้ชัด ลองเทียบสองประโยคนี้ “เธอไม่เคยสนใจญาติฝั่งเราเลย” กับ “เรากังวลว่าน้าจะน้อยใจ อยากหาทางให้น้าได้มาด้วย” เรื่องเดียวกัน แต่ประโยคหลังชวนให้ช่วยกันคิด

ประโยคเปิดคุยเรื่องงบกับแฟน

ช่วงนี้เรากังวลเรื่องงบงานแต่งนิดหน่อย โดยเฉพาะเรื่อง[เรื่องที่กังวล] เราไม่ได้คิดว่าใครผิดนะ แค่อยากให้เราเห็นภาพเดียวกัน สิ่งที่สำคัญกับเราที่สุดในงานนี้คือ[สิ่งที่สำคัญ] [วัน]นี้ขอเวลาคุยกันสัก 30 นาทีได้ไหม เอาทั้งตัวเลขและรายชื่อคนที่เราห่วงมาดูด้วยกัน

ปรับคำให้เป็นภาษาที่คุณสองคนคุยกันจริง

คุยกับพ่อแม่ ใครคุยดี

ให้แต่ละคนคุยกับพ่อแม่ของตัวเอง คน T ที่คุยกับพ่อแม่แฟนด้วยตัวเลขล้วน ๆ อาจฟังแข็งเกินไป คน F ที่ไปขอลดแขกของพ่อแม่แฟนอาจถูกมองว่าไม่ให้เกียรติ แต่ลูกคุยกับพ่อแม่ตัวเองมีต้นทุนความสนิทรองรับอยู่แล้ว

เตรียมตัวเลขจากรอบแรกไปด้วย แล้วขอให้ผู้ใหญ่ช่วยเลือก แทนการบอกว่าต้องตัดใคร

คุยกับพ่อแม่เรื่องจำนวนแขก

คุณ[พ่อ/แม่]คะ เรื่องแขกงานแต่ง หนูกับ[ชื่อแฟน]ตั้งงบไว้ที่ [จำนวน] บาท รับแขกได้ราว [จำนวน] คนค่ะ หนูอยากให้คนที่คุณ[พ่อ/แม่]รักได้มาร่วมงานจริง ๆ เลยอยากขอให้ช่วยเลือกท่านที่สำคัญที่สุด [จำนวน] ท่านค่ะ ส่วนท่านที่ครั้งนี้เชิญไม่ได้ หนูจะโทรไปบอกข่าวดีและขอพรเองค่ะ

เปลี่ยน ค่ะ/ครับ ตามผู้ส่ง แล้วแทนที่ข้อความในวงเล็บ

ถามต่อถ้าพ่อแม่ออกเงินให้ด้วย เขาก็ควรได้เชิญแขกของเขาไหมคะ
คาปี้ตอบสั้น ๆเป็นเรื่องที่คุยกันได้ และควรคุยก่อนรับเงิน ถามให้ชัดว่าเงินก้อนนั้นมากับความหวังอะไร เช่น จำนวนแขก สถานที่ หรือพิธีบางอย่าง ถ้ารับได้ ก็ตกลงเป็นโควตาแขกของพ่อแม่ไปเลย ถ้ารับไม่ได้ ขอบคุณแล้วจัดในงบของตัวเองก็เป็นทางที่สุภาพ คน T ได้ตัวเลขที่ชัด คน F ไม่ต้องเดาใจผู้ใหญ่ทีหลัง

อยากได้ตัวเลขตั้งต้นว่าควรแบ่งงบแต่ละส่วนยังไง อ่าน งบงานแต่งงานเท่าไหร่ดี แบ่งยังไงไม่ให้บาน

ลองเล่นกับคู่ของคุณ

เครื่องมือ คู่นี้ไทป์ไหน? ในหน้า Capy Journal บอกได้ว่าคู่คุณเข้ากันตรงไหนและควรระวังเรื่องอะไร ถ้าอยากอ่านคู่ที่ต่างกันแค่ T กับ F ลองดู INTJ × INFJ หรือ ISTJ × ISFJ


MBTI® และ Myers-Briggs® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ The Myers & Briggs Foundation บทความนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ

แหล่งข้อมูล(6)
อ่านแล้วนึกถึงใคร ส่งต่อเลยส่งให้แฟนอ่านทาง LINE

Read next

อยากรู้อะไร ถามคาปี้ได้เลย

เราตอบทุกคำถามทาง LINE และคำถามที่หลายคู่สงสัย จะกลายเป็นบทความถัดไป (ไม่เปิดเผยชื่อ)

เปิดแชท LINE @capywedding พร้อมคำถามที่พิมพ์ไว้ แค่กดส่ง