ข้ามไปเนื้อหาหลัก

10 คำภาษาอังกฤษที่เจอบ่อยในงานแต่ง แปลว่าอะไรกันบ้าง ไปดูกัน

ข้อความเชิญ · อ่าน 8 นาที · อัปเดต · ทีม Capywedding

คำถามที่เจอบ่อยเห็นการ์ดแต่งงานเพื่อนมีแต่คำอังกฤษ save the date, RSVP, plus one, dress code แต่ละคำแปลว่าอะไรคะ ต้องทำอะไรต่อไหม
คาปี้ตอบสั้น ๆSave the date แปลว่า จดวันนี้ไว้ ยังไม่ใช่การ์ดเชิญ แค่บอกวันล่วงหน้า RSVP แปลว่า กรุณาตอบกลับ ให้ตอบว่ามาหรือไม่มาภายในวันที่เขียนไว้ Plus one หมายถึงพาคนมาด้วยได้อีกหนึ่งคน ส่วน dress code คือการแต่งกายที่เจ้าภาพขอ คำไหนมีวันที่ ให้ทำตามก่อนวันนั้น คำไหนไม่มี อ่านไว้เข้าใจก็พอ

การ์ดแต่งงานไทยทุกวันนี้มีคำอังกฤษปนอยู่แทบทุกใบ บางคำมาจากธรรมเนียมฝรั่ง บางคำมาจากภาษาฝรั่งเศส และบางคำคนไทยเอามาใช้ต่างจากต้นทางนิดหน่อย เห็นแล้วงงว่าต้องตอบไหม ต้องแต่งตัวยังไง หรือพาใครไปได้บ้าง ดูตารางนี้ก่อน แล้วค่อยไล่อ่านวิธีใช้ทีละคำ

คำแปลว่าแขกต้องทำอะไร
Save the dateจดวันนี้ไว้ บอกวันแต่งล่วงหน้า การ์ดเชิญจะตามมากันวันไว้ ยังไม่ต้องตอบ
RSVPกรุณาตอบกลับบอกว่ามาหรือไม่มา มากี่คน ภายในวันที่เขียนไว้
Regrets onlyตอบเฉพาะคนที่มาไม่ได้ถ้ามา ไม่ต้องตอบ ถ้าไม่มา แจ้งเจ้าภาพ
Plus one (+1)พาคนมาด้วยได้อีก 1 คนถ้าจะพามา บอกชื่อตอนตอบ RSVP
Dress codeการแต่งกายที่เจ้าภาพขอแต่งตามระดับความทางการและโทนสีที่บอก
Request the honour of your presenceขอเกียรติให้ท่านมาร่วมงาน (สำนวนเชิญแบบทางการ)เป็นคำเชิญ อ่านต่อว่างานวันไหน ที่ไหน
Ceremony / Receptionพิธี / งานเลี้ยงฉลองดูว่าได้รับเชิญช่วงไหน หรือทั้งสองช่วง
Welcome to our weddingยินดีต้อนรับสู่งานแต่งของเราไม่ต้องทำอะไร เป็นป้ายต้อนรับหน้างาน
Bridesmaid / Groomsmanเพื่อนเจ้าสาว / เพื่อนเจ้าบ่าวถ้าถูกชวน ถามคู่บ่าวสาวว่าต้องช่วยอะไร
Just marriedเพิ่งแต่งงานไม่ต้องทำอะไร เป็นป้ายถ่ายรูปหรือป้ายติดรถ

10 คำ ใช้ยังไงให้ถูก

1. Save the date

แปลตรง ๆ ว่า "จดวันนี้ไว้" เป็นข้อความสั้น ๆ ที่ส่งก่อนการ์ดเชิญ มีแค่ชื่อคู่ วันที่ และเมือง มักมีบรรทัด Invitation to follow แปลว่า การ์ดเชิญจะตามมา

ฝั่งคู่บ่าวสาว ส่งเฉพาะแขกที่แน่ใจแล้วว่าจะเชิญ อย่างน้อย 3 เดือนก่อนงาน โดยเฉพาะแขกต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ฝั่งแขก ไม่ต้องตอบ แค่ลงปฏิทินไว้ ตัวอย่างข้อความ 10 แบบอยู่ที่ Save the date คืออะไร พร้อมข้อความ 10 แบบ

2. RSVP

ย่อมาจากภาษาฝรั่งเศส Répondez s'il vous plaît แปลว่า กรุณาตอบกลับ บนการ์ดมักเขียนคู่กับวันที่ เช่น RSVP by 15 November ซึ่งแปลว่า ขอคำตอบภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน

  • ไม่ต้องเขียน Please RSVP เพราะตัว P ก็แปลว่า please อยู่แล้ว ถ้าอยากให้นุ่มขึ้น ใช้ Kindly reply by แทน
  • ตอบทั้งตอนมาและไม่มา เจ้าภาพต้องใช้ตัวเลขนี้แจ้งสถานที่ การไม่ตอบไม่ได้แปลว่ามา
  • ฝั่งคู่บ่าวสาว ปิดรับคำตอบราว 2–3 สัปดาห์ก่อนงาน เหตุผลอยู่ใน RSVP คืออะไร ทำไมงานแต่งควรมี

3. Regrets only

แปลว่า ตอบเฉพาะคนที่มาไม่ได้ ใครไม่ตอบ เจ้าภาพถือว่ามา เจอบ่อยในการ์ดงานเลี้ยงสบาย ๆ แต่ไม่เหมาะกับงานแต่ง เพราะงานแต่งต้องรู้จำนวนแขกที่แน่นอนเพื่อจัดโต๊ะและอาหาร ความเงียบให้ตัวเลขนั้นไม่ได้

ถ้าเป็นแขกแล้วเจอคำนี้ ให้แจ้งเจ้าภาพเมื่อมาไม่ได้เท่านั้น แต่ถ้าเป็นคู่บ่าวสาว ใช้ RSVP ธรรมดาดีกว่า

4. Plus one (+1)

หมายถึงแขกคนนั้นพาคนมาด้วยได้อีกหนึ่งคน บนการ์ดภาษาอังกฤษมักเขียนว่า Mr. Somchai and Guest หรือ Somchai +1 ถ้าการ์ดเขียนชื่อเราคนเดียว แปลว่าเชิญเราคนเดียว

แขกที่อยากพาแฟนหรือลูกไปแต่ไม่แน่ใจ ถามเจ้าภาพตรง ๆ ก่อนตอบ RSVP ดีกว่าพาไปเฉย ๆ รายละเอียดเรื่องนี้อยู่ใน ไปงานแต่งพาแฟนหรือลูกไปด้วยได้ไหม?

5. Dress code

คือการแต่งกายที่เจ้าภาพขอให้แขกใส่มา มีสองส่วน คือระดับความทางการ และโทนสี คำที่เจอบ่อยเรียงจากทางการมากไปน้อย

  • White tie ทางการที่สุด ผู้ชายใส่เสื้อหางยาวกับหูกระต่ายขาว ผู้หญิงใส่ชุดราตรียาว งานแต่งไทยแทบไม่ใช้
  • Black tie ผู้ชายใส่ทักซิโด้ ผู้หญิงใส่ชุดราตรียาว
  • Cocktail หรือ Semi-formal ผู้ชายใส่สูทหรือเบลเซอร์ ผู้หญิงใส่เดรสคลุมเข่า
  • Smart casual สุภาพแต่ไม่ต้องใส่สูท เชิ้ตมีปก กางเกงสแล็กหรือชิโน่

ตารางชุดแบบละเอียด และวิธีเขียน dress code ให้ผู้ใหญ่อ่านเข้าใจ อยู่ที่ ข้อความบอก dress code งานแต่ง

6. Request the honour of your presence

แปลได้ว่า ขอเกียรติท่านมาร่วมงาน เป็นสำนวนเชิญแบบทางการ ตามธรรมเนียมการ์ดภาษาอังกฤษใช้กับพิธีในศาสนสถาน ส่วนงานเลี้ยงใช้ request the pleasure of your company แปลว่า ยินดีที่ท่านมาร่วมงาน ในการ์ดไทยที่มีภาษาอังกฤษ จึงใช้ honour กับพิธีเช้าที่มีพระ และ pleasure กับงานเลี้ยงเย็น

ถ้าเป็นการ์ดสบาย ๆ จะเจอประโยคอย่าง We invite you to celebrate our wedding แปลว่า ขอเชิญมาร่วมฉลองงานแต่งของเรา ความหมายเดียวกัน แค่เป็นกันเองกว่า ตัวอย่างข้อความเต็ม 9 แบบอยู่ที่ ข้อความเชิญงานแต่งภาษาอังกฤษ

7. Ceremony / Reception

Ceremony คือพิธีแต่งงาน ในงานไทยคือช่วงเช้า เช่น พิธีสงฆ์ แห่ขันหมาก และรดน้ำสังข์ ส่วน Reception คืองานเลี้ยงฉลองหลังพิธี ส่วนมากเป็นช่วงเย็น การ์ดที่แยกสองบรรทัดนี้กำลังบอกว่างานมีสองช่วง แขกบางคนได้รับเชิญแค่งานเลี้ยง ถ้าการ์ดของเรามีแต่บรรทัด Reception ก็ไปช่วงเย็นช่วงเดียว

8. Welcome to our wedding

แปลว่า ยินดีต้อนรับสู่งานแต่งของเรา เป็นป้ายที่ตั้งหน้างาน มักอยู่ใกล้โต๊ะลงทะเบียน มีชื่อคู่และวันที่ แขกไม่ต้องทำอะไร แค่รู้ว่ามาถูกงาน ถ้าเป็นคู่บ่าวสาว ป้ายนี้ควรอยู่ในจุดที่แขกเห็นก่อนถึงโต๊ะซอง ของอื่นที่โต๊ะหน้างานต้องมีอยู่ใน โต๊ะลงทะเบียนงานแต่ง ต้องมีอะไรบ้าง

9. Bridesmaid / Groomsman

Bridesmaid คือเพื่อนเจ้าสาว Groomsman คือเพื่อนเจ้าบ่าว คนที่เป็นหัวหน้ามีชื่อเรียกเฉพาะ ฝั่งเจ้าสาวคือ Maid of honor ถ้าแต่งงานแล้วเรียก Matron of honor ฝั่งเจ้าบ่าวคือ Best man ในงานไทย เพื่อนกลุ่มนี้ช่วยทั้งเกมกั้นประตู เฝ้าซอง และดูแลแขก ถ้าถูกชวน ถามให้ชัดว่าต้องช่วยช่วงไหน งานแบ่งยังไงดูได้ที่ หน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวเพื่อนเจ้าสาว

10. Just married

แปลว่า เพิ่งแต่งงาน เจอบนป้ายถ่ายรูป ป้ายติดท้ายรถ หรือแคปชันรูปหลังงาน ไม่มีอะไรต้องทำ นอกจากยิ้มและถ่ายรูปด้วย

ถามต่อแล้วถ้าอยากอวยพรเป็นภาษาอังกฤษ ควรเขียนว่าอะไรคะ
คาปี้ตอบสั้น ๆแบบสั้นที่สุดคือ Congratulations on your wedding! แปลว่า ยินดีกับงานแต่งงานนะ Congratulations ต้องมี s ท้ายคำเสมอ ถ้าอยากให้ยาวขึ้น ต่อด้วยคำอวยพร เช่น Wishing you a lifetime of love and happiness ขอให้รักกันและมีความสุขตลอดไป

ประโยคอวยพรอีก 20 แบบ ทั้งแบบทางการและแบบเพื่อน อยู่ที่ คำอวยพรงานแต่งภาษาอังกฤษ 20 ประโยค

สำหรับคู่บ่าวสาว: เขียนให้แขกไม่ต้องเดา

การ์ดที่มีคำอังกฤษ ควรมีคำไทยกำกับในบรรทัดที่แขกต้องทำอะไรต่อ โดยเฉพาะบรรทัดตอบรับและการแต่งกาย ผู้ใหญ่หลายท่านอ่านภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่คุ้นธรรมเนียมเบื้องหลังคำเหล่านี้

บรรทัดตอบรับและการแต่งกาย สองภาษา

RSVP by [วันที่ปิดรับ เช่น 15 November 2027] กรุณาตอบรับภายในวันที่ [วันที่ปิดรับ] ผ่านลิงก์ในการ์ดนี้ Dress code: [ระดับ เช่น Cocktail] · [สี 2–3 สี] การแต่งกาย: [คำอธิบายภาษาไทย เช่น ชุดสุภาพ ผู้ชายใส่สูทหรือเบลเซอร์] โทน[สี]

ประวัติและที่มาของแต่ละคำ

คำอังกฤษบนการ์ดแต่งงานส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดพร้อมกัน บางคำมีอายุสองร้อยปี บางคำเพิ่งแพร่หลายไม่กี่สิบปีนี้ และบางเรื่องที่เล่าต่อกันมาก็เป็นแค่ตำนาน

RSVP: ภาษาฝรั่งเศสในห้องรับแขกของอังกฤษ

หลักฐานภาษาอังกฤษที่เก่าที่สุดของคำนี้ที่พจนานุกรมรากศัพท์ Etymonline รวบรวมไว้ อยู่ในปี 1825 เป็นข้อความที่เล่าว่าคนชั้นสูงในลอนดอนนิยมเขียน R.S.V.P. ไว้ท้ายบัตรเชิญ ยุคนั้นภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาของมารยาทและสังคมชั้นสูงในยุโรป การใช้คำฝรั่งเศสบนบัตรเชิญจึงดูมีระดับ

ที่น่าสนใจคือ คนฝรั่งเศสเองทุกวันนี้ใช้คำนี้น้อยลงมาก มองว่าเป็นคำทางการหรือเชย บัตรเชิญภาษาฝรั่งเศสมักเขียนว่า Réponse attendue avant le ตามด้วยวันที่ แปลว่า รอคำตอบก่อนวันที่เท่านี้ คำย่อที่ออกจากฝรั่งเศสไปแล้ว จึงไปมีชีวิตยืนยาวในภาษาอังกฤษแทน

คู่มือมารยาทของสถาบัน Emily Post ในอเมริกายังรับรองการเขียนหลายแบบ ทั้ง RSVP, R.S.V.P. และประโยคเต็มอย่าง The favour of your reply is requested ซึ่งแปลว่า ขอความกรุณาตอบกลับ ส่วน Please RSVP ที่เห็นกันบ่อย เป็นตัวอย่างคลาสสิกของการพูดซ้ำความหมาย แบบเดียวกับที่คนไทยพูดว่า ATM machine

Regrets only: ทางลัดที่นักมารยาทไม่ค่อยชอบ

ไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่าคำนี้เริ่มใช้เมื่อไหร่ แต่หลักของมันชัดเจน คือเงียบแปลว่ามา คอลัมน์มารยาทของอเมริกาอธิบายไว้ตรง ๆ ว่า ถ้าเจ้าภาพไม่ได้ยินอะไรจากคุณ เขากำลังรอคุณอยู่ Judith Martin นักเขียนคอลัมน์มารยาทที่ใช้นามปากกา Miss Manners เคยแซวว่าคำนี้แปลกดี เพราะฟังเหมือนเจ้าภาพมั่นใจว่าทุกคนที่ปฏิเสธต้องรู้สึกเสียใจที่มาไม่ได้

สำหรับงานแต่ง ปัญหาไม่ใช่เรื่องภาษา แต่เป็นเรื่องตัวเลข สถานที่ต้องการจำนวนแขกที่แน่นอน และแขกที่ลืมตอบกับแขกที่ตั้งใจมา ดูจากความเงียบแล้วเหมือนกันทุกประการ

Plus one: มาจากรายชื่อหน้าประตู

คำนี้มาจากวิธีจดรายชื่อแขกแบบ ชื่อ + 1 คือคนนี้พาใครมาด้วยได้อีกหนึ่งคน โดยไม่ต้องระบุชื่อ พจนานุกรมอังกฤษพบหลักฐานการใช้ plus one เป็นคำนามราวทศวรรษ 1970 คำนี้จึงอายุน้อยกว่าที่หลายคนคิดมาก

Black tie: ทักซิโด้ได้ชื่อจากเมืองเล็ก ๆ ในนิวยอร์ก

ต้นแบบของชุด black tie คือแจ็กเก็ตสำหรับมื้อค่ำที่ไม่มีหางยาว สมุดบัญชีของร้านตัดสูท Henry Poole & Co. ในลอนดอนบันทึกว่าตัดแจ็กเก็ตไหมสีน้ำเงินตัวหนึ่งให้เจ้าชายแห่งเวลส์ ซึ่งต่อมาคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ในปี 1865 นับเป็นต้นแบบที่เก่าที่สุดที่รู้จัก

ชื่อ tuxedo มาทีหลัง เรื่องเล่าที่มีหลักฐานรองรับคือ ปี 1886 เจ้าชายเชิญ James Potter ชาวอเมริกันจาก Tuxedo Park รัฐนิวยอร์ก ไปพักที่ตำหนักในชนบท และแนะนำให้ไปตัดแจ็กเก็ตแบบนี้ที่ Henry Poole เมื่อ Potter สวมกลับบ้าน สมาชิกสโมสรใน Tuxedo Park ก็ทำตาม ชาวอเมริกันจึงเรียกชุดนี้ตามชื่อเมือง ส่วนเรื่องที่ว่ามีชายหนุ่มใส่ทักซิโด้ตัวแรกในงานเต้นรำที่ Tuxedo Park ปีเดียวกันนั้น นักประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกายบางคนมองว่าเป็นการอ่านข่าวเก่าผิด เพราะข่าวนั้นพูดถึงเสื้อหางยาว ไม่ใช่ทักซิโด้

Honour หรือ pleasure: สองคำ สองสถานที่

ธรรมเนียมการ์ดแต่งงานภาษาอังกฤษแยกสองสำนวนนี้ตามสถานที่ ถ้าพิธีอยู่ในโบสถ์หรือศาสนสถาน ใช้ request the honour of your presence เพื่อให้เกียรติความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ถ้าจัดที่โรงแรม สโมสร สวน หรือที่บ้าน ใช้ request the pleasure of your company

อีกเรื่องที่คนไทยมักสงสัยคือ ทำไมการ์ดอเมริกันสะกด honour แบบอังกฤษ ทั้งที่ภาษาอเมริกันปกติสะกด honor การสะกดแบบอังกฤษบนการ์ดทางการกลายเป็นธรรมเนียมในอเมริกา สถาบัน Emily Post แนะนำแค่ว่าเลือกแบบไหนก็ได้ แต่ให้ใช้ทั้งการ์ดแบบเดียวกัน ถ้าเขียน honour ก็ต้องเขียน favour ไม่ใช่ favor

Reception: งานที่คู่บ่าวสาว "รับ" แขก

คำว่า reception มาจากการรับแขก คู่บ่าวสาวในฐานะคู่แต่งงานใหม่ ยืนรับแขกที่มาแสดงความยินดี แถวที่แขกต่อคิวจับมือบ่าวสาวจึงเรียกว่า receiving line ความหมายของคำนี้ในแบบงานเลี้ยงรับรอง ปรากฏในภาษาอังกฤษราวปี 1865

ก่อนหน้านั้นในอังกฤษ งานฉลองหลังพิธีเรียกว่า wedding breakfast และคนอังกฤษยังใช้คำนี้จนทุกวันนี้ ทั้งที่มื้อนั้นมักไม่ใช่มื้อเช้า คำอธิบายที่เล่ากันบ่อยว่าบ่าวสาวอดอาหารก่อนพิธีในโบสถ์ แล้วมา "ละศีลอด" หลังพิธี ยังไม่มีหลักฐานเก่าพอจะยืนยัน

Welcome to our wedding: ธรรมเนียมใหม่ที่สุดในลิสต์

ป้ายต้อนรับหน้างานเป็นเทรนด์การตกแต่งที่แพร่หลายผ่านโซเชียลมีเดียในช่วงหลัง คาปี้ยังหาหลักฐานที่น่าเชื่อถือไม่พบว่าเริ่มเมื่อไหร่ จึงไม่ขอเดาปี สิ่งที่บอกได้คือมันทำหน้าที่เดียวกับป้ายชื่องานแบบไทยที่มีมานาน คือบอกแขกว่ามาถูกที่แล้ว

Bridesmaid และ Best man: คำจริงกับตำนาน

ในภาษาอังกฤษ คำว่า bridemaid ไม่มีตัว s ปรากฏตั้งแต่ราวทศวรรษ 1550 รูป bridesmaid แบบที่ใช้กันวันนี้มาทีหลัง ส่วน groomsman มีมาตั้งแต่ราวทศวรรษ 1690 และ best man เป็นคำจากสกอตแลนด์ ปรากฏราวปี 1814 ก่อนจะมาแทน groomsman สำหรับเพื่อนเจ้าบ่าวคนสำคัญที่สุด

ที่มาซึ่งเล่ากันบ่อยในเว็บไซต์งานแต่ง คือพิธีแต่งงานแบบโรมันต้องมีพยาน 10 คน แต่งตัวเหมือนบ่าวสาวเพื่อหลอกวิญญาณร้าย เรื่องพยาน 10 คนมีจริงในพิธีแต่งงานแบบหนึ่งของชนชั้นสูงโรมัน แต่เรื่องแต่งตัวหลอกวิญญาณยังไม่พบหลักฐานจากยุคนั้น ส่วนเรื่องที่ว่า best man คือคนที่ฟันดาบเก่งที่สุดสำหรับช่วยชิงตัวเจ้าสาว ก็เป็นเรื่องเล่าพื้นบ้าน ไม่ใช่ประวัติศาสตร์

Just married: รองเท้าเก่าและกระป๋องส่งเสียง

ก่อนจะมีป้ายติดรถ ชาวอังกฤษมีธรรมเนียมโยนรองเท้าเก่าตามหลังบ่าวสาวเพื่อเอาโชค ในนวนิยาย David Copperfield ของ Charles Dickens ปี 1850 มีตัวละครเตรียมรองเท้าเก่าไว้โยนตามหลังคู่บ่าวสาวด้วยเหตุผลนี้ ส่วนการผูกกระป๋องท้ายรถ มีผู้เชื่อมโยงกับ charivari ธรรมเนียมฝรั่งเศสโบราณที่ชาวบ้านมาเคาะหม้อเคาะกระทะส่งเสียงดังหน้าบ้านคู่แต่งงานใหม่ แต่ก็เป็นข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อสรุป ส่วนป้าย Just married เริ่มเมื่อไหร่ ยังไม่พบแหล่งที่ยืนยันได้

Save the date: ธรรมเนียมที่ตามการเดินทาง

Save the date เป็นธรรมเนียมที่ค่อนข้างใหม่ ยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าเริ่มปีไหน ที่รู้คือแพร่หลายในอเมริกาช่วงไม่กี่สิบปีหลัง พร้อมกับงานแต่งที่แขกต้องเดินทางไกลหรือจัดในช่วงวันหยุดยาว ร้านการ์ดและเว็บไซต์งานแต่งต่างประเทศมักแนะนำให้ส่งราว 6–8 เดือนก่อนงาน และ 8–12 เดือนสำหรับงานต่างเมือง

งานแต่งไทยส่วนใหญ่วางแผนสั้นกว่านั้น แขกส่วนมากอยู่ในประเทศ การส่งอย่างน้อย 3 เดือนก่อนงานจึงพอสำหรับแขกต่างจังหวัด และค่อยเร็วขึ้นสำหรับแขกที่ต้องบินมาจากต่างประเทศ

แหล่งข้อมูล(19)
อ่านแล้วนึกถึงใคร ส่งต่อเลยส่งให้แฟนอ่านทาง LINE

Read next

อยากรู้อะไร ถามคาปี้ได้เลย

เราตอบทุกคำถามทาง LINE และคำถามที่หลายคู่สงสัย จะกลายเป็นบทความถัดไป (ไม่เปิดเผยชื่อ)

เปิดแชท LINE @capywedding พร้อมคำถามที่พิมพ์ไว้ แค่กดส่ง